นวัตกรรมการผลิตมันสำปะหลังแบบ “ต้นทุนต่ำ–ผลผลิตสูง”
รายละเอียด
นวัตกรรมการผลิตมันสำปะหลังแบบ “ต้นทุนต่ำ–ผลผลิตสูง” เกิดจากกระบวนการผลิตน้ำหมักชีวภาพจากกิ่งอ่อนและใบกระถินไทย (Leucaena leucocephala) ในการใช้เป็นวัตถุดิบผลิตปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพ ร่วมกับกากน้ำตาล สับปะรด และจุลินทรีย์ EM วัตถุดิบที่สำคัญคือ กิ่งอ่อนและใบของกระถินไทยซึ่งกระถินเป็นพืชตระกูลถั่วที่มีข้อได้เปรียบหลายประการ ได้แก่ เจริญเติบโตเร็ว มีปริมาณไนโตรเจนในใบสูง มีโปรตีนพืชสูงกว่า 25% มีแคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก และธาตุรองที่จำเป็นต่อพืช ดังนั้นใบกระถินจึงเป็นวัตถุดิบอินทรีย์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับใช้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพ งานวิจัยทั่วโลกยืนยันว่าใบกระถินสามารถเพิ่มผลผลิตและฟื้นฟูดินได้ เช่น จากรายงานการวิจัย เรื่อง การพัฒนาสูตรน้ำหมักชีวภาพจากใบกระถินเพื่อเพิ่มการเจริญเติบโต ผลผลิตของมันสำปะหลังและบูรณาการองค์ความรู้สู่โรงเรียนและชุมชนในจังหวัดลำปาง (ทุนวิจัย ววน. 2567) พบว่า การใช้น้ำหมักชีวภาพใบกระถินทำให้ผลผลิตของน้ำหนักสดมันสำปะหลังสูงกว่าสูตรเดิมที่เกษตรปลูกมากกว่า 13-18% กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 20-25% ลดต้นทุนการผลิตลงได้ 40-60% (ไพบูลย์ และคณะ, 2568a) การศึกษาในข้าวโพด พบว่า การใช้ปุ๋ยเคมี 50 กิโลกรัม/ไร่ ร่วมกับน้ำหมักชีวภาพใบกระถิน 60 มิลลิลิตร/ลิตร (ไพบูลย์ และคณะ, 2568b) และการใช้น้ำหมักชีวภาพใบกระถินเพียงอย่างเดียวในอัตราที่เหมาะสม (3 มิลลิลิตร/ลิตร/ต้น) สามารถเพิ่มการเจริญเติบโตและผลผลิตของผักคะน้าได้ดีมากในระบบปลูกกระถาง ส่วนในแปลงเกษตรกร การผสมผสานปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมีร่วมกันให้ผลผลิตของข้าวโพดหวานสูงกว่า โดยเฉพาะสูตรปุ๋ยเคมี 25–5–5 ร่วมกับมูลไก่แกลบ (ไพบูลย์ และคณะ, 2568c) นอกจากนี้ยงมีรายงานของ Shaibu et al. (2025) พบว่าสารสกัดใบกระถินช่วยเพิ่มการงอกและผลผลิตข้าวโพด Pangaribuan et al. (2019) สรุปว่าปุ๋ยน้ำจากพืชตระกูลถั่วเพิ่มผลผลิตของพืชหลากหลายชนิด Maula et al. (2025) รายงานปุ๋ยจากใบกระถินช่วยเพิ่มผลผลิตตะไคร้หอม Ganyo et al. (2025) พบว่าวัสดุอินทรีย์จากใบกระถินช่วยเพิ่มผลผลิตข้าวฟ่างในดินเค็ม Escalada et al. (1998) ยืนยันว่ามูลเขียวจากกระถินเพิ่มผลผลิตของพืชไร่รวมถึงมันสำปะหลัง จากหลักฐานจำนวนมากนี้ทำให้ “น้ำหมักชีวภาพใบกระถิน” เป็นทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำ รูปแบบง่าย แต่ประสิทธิภาพสูงเหมาะต่อเกษตรกรรายย่อยในประเทศไทยอย่างยิ่ง เทคนิคการปลูกแบบร่องกว้าง (Wide-Ridge Technique) เทคนิคการปลูกร่องกว้างเป็นวิธีที่นักวิชาการให้ความสนใจมากขึ้นในช่วงหลัง เนื่องจากสามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างดินและช่วยให้ระบบรากของมันสำปะหลังเจริญได้ดีขึ้น โดยมีข้อดีคือ เพิ่มการระบายน้ำ ลดการอัดแน่นของดิน ช่วยให้รากมันสำปะหลังขยายตัวได้ดีขึ้น ลดปัญหาน้ำขังในช่วงฤดูฝน เพิ่มความโปร่งของดิน ลดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน งานวิจัยของ Sriket et al. (2015) และ Leitch et al. (2023) ยืนยันว่าการปรับปรุงโครงสร้างดินและเทคนิคการปลูกที่เหมาะสมสามารถเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อผสานร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์หรือวัสดุปรับปรุงดิน ดังนั้นการผสาน น้ำหมักชีวภาพใบกระถิน กับ เทคนิคปลูกร่องกว้าง จึงเป็นแนวทางที่มีฐานวิชาการรองรับอย่างเข้มแข็งและเหมาะที่จะพัฒนาเป็น “ระบบการผลิตต้นทุนต่ำ–ผลผลิตสูง” อย่างแท้จริง
ความรู้/เทคโนโลยี
นวัตกรรมการผลิตมันสำปะหลังแบบ “ต้นทุนต่ำ–ผลผลิตสูง” เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านสารปรับปรุงดินชีวภาพและเทคนิคการจัดการแปลงปลูก โดยใช้น้ำหมักชีวภาพจากใบกระถินเป็นแหล่งธาตุอาหารและสารกระตุ้นการเจริญเติบโต ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุ ฟื้นฟูจุลินทรีย์ดิน ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และปรับสมดุลความเป็นกรด–ด่างของดิน ควบคู่กับเทคนิคการปลูกแบบร่องกว้างที่เพิ่มระยะปลูกและการระบายน้ำ ส่งเสริมการพัฒนาระบบราก การสะสมแป้งในหัว และเอื้อต่อการจัดการวัชพืชเชิงกล เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปัจจัยการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อไร่ และยกระดับรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน เหมาะสำหรับการขยายผลในพื้นที่ดินเสื่อมโทรมและระบบเกษตรเชิงพาณิชย์ในระดับชุมชนและอุตสาหกรรมฐานราก
เจ้าของสิทธิ์
มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง
ชื่อทรัพย์สินทางปัญญา
นวัตกรรมการผลิตมันสำปะหลังแบบต้นทุนต่ำ ผลผลิตสูง
ชื่อผู้ที่ประดิษฐ์
ไพบูลย์ หมุ่ยมาศ ณรงค์ คชภักดี
เลขที่คำขอ
อยู่ระหว่างยืนคำขอ
เลขที่สิทธิบัตร
-
ทรัพย์สินทางปัญญา
ทรัพย์สินอุตสาหกรรม : อนุสิทธิบัตร
ผู้วิจัยหลัก
-
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ไพบูลย์ หมุ่ยมาศ
คณะ วิทยาศาสตร์
สถาบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง
ผู้ร่วมวิจัย
-
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณรงค์ คชภักดี
คณะ วิทยาศาสตร์
สถาบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง
กลุ่มเป้าหมาย
- เกษตรกรผู้ผลิตมันสำปะหลัง
จุดเด่น
- วัถตุดิบหาได้ง่ายในท้องถิ่น ประหยัดเวลา ต้นทุนต่ำ ผลผลิตสูง
แหล่งเงินทุนที่ใช้วิจัย
-
แหล่งเงินทุนที่ใช้วิจัย/นวัตกรรม
แหล่งเงินทุนภายในมหาวิทยาลัย
รายละเอียดเพิ่มเติม
กองทุนมหาวิทยาลัย 2565 ววน. 2567-2567
เป็นจำนวนเงิน
550,000 บาท
ตัวชี้วัดผลลัพธ์ ROI
รายได้เพิ่มขึ้น
ปริมาณหน่วยนับ ROI
20%
ตัวชี้วัดผลลัพธ์ SROI
-
ปริมาณหน่วยนับ SROI
-
มูลค่านวัตกรรม
1,500 / บาท
ผู้จัดทำ: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพบูลย์ หมุ่ยมาศ
มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง
ประเภทนวัตกรรม พร้อมใช้
พื้นที่
- แขวง/ตำบล : บ้านเอื้อม เขต/อำเภอ : เมืองลำปาง, ลำปาง
- แขวง/ตำบล : วังทอง เขต/อำเภอ : วังเหนือ, ลำปาง
94 Views